การรับซื้อและการแปรรูปแมงกะพรุนในจังหวัดสตูล
ปัจจุบันในเขตจังหวัดสตูล มีผู้ประกอบการรับซื้อแมงกะพรุนจำนวนมาก (ประมาณ 30 ราย) โดยเริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 จนถึงปัจจุบัน (กุมภาพันธ์ 2550) จากการสอบถามผู้ประกอบการได้ให้ข้อมูลว่าปกติการรับซื้อแมงกะพรุนจะกระทำกันมากในจังหวัดระนอง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคมของทุกปี
แต่ปัจจุบันหลังจากเกิดปรากฏการณ์สึนามิ 2 ปีที่ผ่านมา การกระจายตัวของแมงกะพรุนมีเพิ่มมากขึ้น ลงมาถึงแถบฝั่งอันดามันทางตอนล่างถึงจังหวัดสตูล และมีระยะเวลาการจับที่ยาวนานขึ้นจากที่เคยจับได้ในช่วง 2 – 3 เดือน ปัจจุบันสามารถจับได้ยาวนานถึง 4 – 6 เดือน อาจเนื่องจากปีนี้ไม่มีลมมรสุมรุนแรงและช่วงฤดูร้อนยาวนาน จึงทำให้มีแมงกะพรุนชุกชุม การจับของชาวประมงจะจับมากในช่วงน้ำตายประมาณ 4 ค่ำ – 12 ค่ำ ในเวลากลางวัน โดยใช้สวิงตักใส่เรือ เมื่อเต็มลำจึงลำเลียงมาส่ง สำหรับช่วงที่มีการจับได้มากผู้ประกอบการ 1 ราย สามารถรับซื้อแมงกะพรุนจากชาวประมงได้ถึง 50,000 ตัว / วัน (ห้าหมื่นตัว)
ชนิดและขนาดแมงกะพรุนที่รับซื้อ
1. แมงกะพรุนหนัง มีขนาดใหญ่ มีเนื้อหนาน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม / ตัว เส้นผ่าศูนย์กลางตัวประมาณ 10 นิ้วขึ้นไป รับซื้อราคาตัวละประมาณ 5 บาท
2. แมงกะพรุนลอดช่อง มี 2 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์ที่มีลำตัวสีฟ้าอ่อนและสายพันธุ์ที่มีขอบลำตัวสีม่วง น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม/ตัว เส้นผ่าศูนย์กลางตัวประมาณ 10 นิ้วขึ้นไป รับซื้อราคาตัวละประมาณ 4 บาท เนื่องจากมีเนื้อบางกว่า
กรรมวิธีในการแปรรูป
หลังจากผู้ประกอบการรวบรวมแมงกะพรุนจากชาวประมง จะทำการแปรรูปโดยเร็วภายในเวลา 12 ชั่วโมง หลังจากการจับ ดังนี้
2 .แยกใส่บ่อที่ 1 หมักในน้ำเกลือ ในอัตราส่วนแมงกะพรุน 3 ส่วน เกลือเม็ด 1 ส่วน ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงใส่โซเดียมไบคาร์บอเนต (NaHCO3) ประมาณ 3 กิโลกรัมต่อแมงกะพรุน 10,000 ตัว และสารส้ม 80 กิโลกรัม กวนประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เมือกและน้ำออกจากตัวและแมงกะพรุนมีเนื้อที่แข็งขึ้น
3. ล้างด้วยน้ำเค็ม ย้ายมายังบ่อที่ 2 ทำเช่นเดียวกับบ่อที่ 1 และพักไว้ 1 – 2 คืน ย้ายมายังบ่อที่ 3 โรยเกลือรองก้นบ่อ นำแมงกะพรุนที่ตัวเริ่มแข็งวางเรียงกันแล้วโรยเกลือเป็นชั้นๆ พักไว้ประมาณ 5 วัน เปลี่ยนบ่อนำมาพักไว้บ่อที่ 4 ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 วัน หรือนานกว่านั้นเพื่อให้เนื้อมีความแข็งและคุณภาพดีและรอการจำหน่าย ระยะเวลาในการแปรรูปรวมทั้งสิ้นประมาณ 7 – 15 วัน สัดส่วนน้ำหนักแมงกะพรุนหนัง 4 ตัว (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) แปรรูปเป็นแมงกะพรุนพร้อมจำหน่ายได้ 1 กิโลกรัม แมงกะพรุนลอดช่อง 8 - 10 ตัว (น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม ) แปรรูปเป็นแมงกะพรุนพร้อมจำหน่ายได้ 1 กิโลกรัม
4. การบรรจุและจำหน่าย นำแมงกะพรุนที่พร้อมจำหน่ายบรรจุในกระบะพลาสติก แยกการบรรจุ ส่วนลำตัวและส่วนขา โดยจะจัดเรียงเป็นชั้นๆและโรยด้วยเกลือ ราคารับซื้อ ณ โรงงานแปรรูปอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดระนอง ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแมงกะพรุน โดยราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 – 70 บาท สำหรับการส่งขายไปยังตลาดต่างประเทศ ส่วนใหญ่ส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีนและไต้หวัน ประเทศเกาหลีนิยมบริโภคส่วนลำตัว ส่วนประเทศจีนนิยมบริโภคส่วนขา
ปัจจุบันในเขตจังหวัดสตูลยังมีการรับซื้อแมงกะพรุน แต่ผู้รับซื้อลดจำนวนลงเนื่องจากเป็นช่วงที่ปริมาณแมงกะพรุนลดลง
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
จากกิจกรรมดังกล่าว ส่งผลให้ชาวประมงขนาดเล็กในท้องถิ่นจำนวนหลายครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการออกเรือเพื่อไปตักช้อนแมงกะพรุนนำไปขาย (ออกเรือห่างจากฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงแหล่งของแมงกะพรุน) บางรายสามารถทำรายได้จากการนี้ประมาณ 300 – 1,000 บาทต่อวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชุกชุมของแมงกะพรุนในแต่ละช่วงเวลา ในบางครั้ง ชาวประมงในจังหวัดสตูลมีรายได้จากการจับแมงกะพรุน รวมแล้วตกประมาณ 5 ล้านบาทต่อวัน
แมงกะพรุนที่แปรรูปแล้ว ส่งต่อไปยังตลาดมหาชัย หรือที่จังหวัดระนอง เพื่อรอส่งออกยังต่างประเทศต่อไป ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง (แมงกะพรุนบางส่วนดังกล่าว ใช้บริโภคภายในประเทศ)
ผลกระทบ
นอกจากผลประโยชน์ได้รับดังกล่าวแล้ว อาจจะมีบางส่วนของกิจกรรมนี้ที่ไปสร้างผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาในกระชัง เป็นต้น
ผลกระทบดังกล่าว เกิดขึ้นจากขั้นตอนของการล้างหรือแปรรูปแมงกะพรุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานประกอบการแปรรูปบางแห่งที่ตั้งอยู่ในคลองหรือบริเวณที่ได้รับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงค่อนข้างน้อย ซึ่งจะทำให้ “น้ำล้างแมงกะพรุน” ซึ่งผู้ประกอบการได้ระบายลงไปในคลอง เกิดการหมักหมมกระจายอยู่ในบริเวณนั้น ส่งผลให้คุณภาพน้ำแย่ลง และหากมีการเลี้ยงปลาในกระชังใกล้ กันนั้น ก็จะส่งผลกระทบต่อปลาเหล่านั้นได้
ในกรณีนี้ ทางศูนย์วิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสตูล ได้ไปติดตามตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในแหล่งดังกล่าว พบว่าบางครั้งมีปริมาณแอมโมเนีย และไนไตรต์ มีค่าสูงเกินมาตรฐาน จึงได้แนะนำและขอความร่วมมือจากสถานประกอบการเหล่านั้น ไม่ให้ปล่อยน้ำล้างแมงกะพรุนลงสู่แหล่งน้ำโดยตรง แต่ให้ทำบ่อเพื่อบำบัดน้ำเหล่านั้น โดยการใช้ปูนขาว และ/หรือ จุลินทรีย์ เป็นต้น ก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป
อนึ่ง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มีที่ตั้งกิจการอยู่ในบริเวณปากแม่น้ำหรือชายฝั่ง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงเต็มที่ ในกรณีนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในบริเวณนั้นแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ ฯ ก็จะได้ติดตามเฝ้าระวังการดำเนินกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหา และไม่ให้เกิดข้อพิพาทระหว่างสถานประกอบการ ฯ และเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสตูล